0
มาออมเงินเก๋ๆ สไตล์ชาวญี่ปุ่นกัน

เป็นอีกประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการอดออม เพราะวัฒนธรรมเขาปลูกฝังให้ประชากรเก็บเงินไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉินและเผื่อไว้ใช้ยามแก่เฒ่า ซึ่งการเก็บออมในปัจจุบันนั้นก็มีหลายวิธีที่สามารถทำได้ แต่วันนี้มีข้อมูลการออมเงินของชาวญี่ปุ่นมาฝากกันด้วย น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะ
เคล็ดลับการออมเงินของแม่บ้านชาวญี่ปุ่น
ตั้งแต่ในสมัยศตวรรษที่ 16 มีเรื่องเล่าว่า ภรรยาของซามูไรท่าหนึ่งได้ซ่อนเงินเก็บไว้ลับๆ เก็บทีละเล็กทีละน้อยเป็นเวลานานหลายปี เมื่อได้มากพอที่ต้องการก็นำไปซื้อม้าชั้นดีมาให้สามีใช้ไปรบ ซึ่งม้าตัวนี้กลายเป็นคู่หูที่แสนดีช่วยสามีนางรบชนะทุกครั้ง จึงเป็นที่มาของการออมเงินเพื่อซื้อของมีค่าเป็นโชคลาภแก่ผู้รับ
เคล็ดลับการออมเงินแบบ Kakeibo
หรือที่เรียกกันว่าการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย รูปแบบเป็นสมุดบันทึกซึ่งมีมาตั้งแต่ปี 1904 สร้างขึ้นโดย Motoko Hani ปัจจุบันยังมีการใช้งานอยู่ ซึ่งจะจดบันทึกสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับรายรับ-รายจ่ายดังนี้
1.จดรายรับกับรายจ่ายที่ใช้เป็นประจำอย่างละเอียดเพื่อหาส่วนต่างระหว่างสองรายการ เพื่อหาเงินที่สามารถจำไปใช้ออมได้
2.กำหนดจำนวนตัวเลขเงินที่ต้องการจะเก็บ และแยกเงินนั้นออกจากรายรับ-รายจ่าย
3.ตั้งเป้าในรายจ่ายแต่ละหมู่แยกกันโดยสิ้นเชิง เช่นรายจ่ายจำเป็นอย่างค่าเดินทาง ค่ากิน, รายจ่ายเพื่อความรู้ความบันเทิงอย่าง ดูหนัง, ฟังเพลง รายจ่ายฟุ่มเฟือยต่างๆ อย่างช้อปปิ้ง, สังสรรค์นอกบ้าน รายจ่ายพิเศษอย่างเงินใส่ซอง, ซ่อมแซมสิ่งของในบ้าน, ของขวัญเป็นต้น

0
3 เทคนิคการใช้เงินโบนัสให้คุ้มค่า

เป็นธรรมดาที่พนักงานออฟฟิศเฝ้ารอคอยเงินโบนัส แต่ละที่ก็ให้มากน้อยต่างกันไป แต่อย่างต่ำๆ ก็ 1 เดือนขึ้นไป บางบริษัทใจดีโบนัส 8-9 เดือนก็มี ซึ่งเงินส่วนนี้แหละคือเงินที่สามารถนำไปสร้างสรรค์อะไรที่มันใหญ่ๆ ได้ หลายคนใช้เงินโบนัสไปกับการท่องเที่ยว การจับจ่ายซื้อของใหม่ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการนำเงินไปซื้อความสุขในระยะสั้นๆ ทั้งสิ้น วันนี้เราก็มีคำแนะนำเกี่ยวกับการนำเงินโบนัสไปใช้ให้คุ้มค่ามาฝากกัน
1.ซื้ออิสรภาพให้ตัวเอง
เพราะเงินโบนัสที่ได้มาส่วนใหญ่จะได้เป็นก้อน ดังนั้นควรเอาเงินส่วนนี้ไปซื้ออิสรภาพให้กับตัวเองโดยเฉพาะกับคนที่เป็นหนี้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นเครดิตหรือบัตกดเงินสด ควรไปเคลียร์และปิดบัตรซะ การใช้บัตรถือเป็นการหมุนเงินก็จริง แต่จะทำให้ต่อไปในอนาคตนั้นลำบากมากขึ้น เงินเดือนก็ใช้ได้ไม่เต็มเพราะต้องเจียดมาจ่ายค่าบัตรต่างๆ เหล่านี้
2.ซื้อความมั่งคั่งและมั่นคง
เงินก้อนนั้นเหมาะกับการเอาไปลงทุนมากกว่าเก็บไว้เฉยๆ ในธนาคาร เพราะดอกเบี้ยต่ำมาก แถมเงินก็เฟ้อขึ้นทุกปีมีแต่ขาดทุนกับอยู่กับที่ แต่ถ้าเอาเงินไปลงทุนก็จะเหมือนกับเป็นการต่อเงินไว้ ทางที่ดีควรเอาแบ่งเงินออกมาลงทุนและเก็บออมด้วย ทำทั้งสองอย่างพร้อมๆ กันเพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้นำเงินเก็บส่วนนี้มาใช้ได้
3.ซื้อความสุขให้ตัวเอง
แน่นอนว่าเมื่อจัดสรรเงินเป็นอย่างดีแล้ว จะเหลือโบนัสส่วนที่นำมาใช้จ่ายสนองความต้องการของตัวเองได้ โดยจะต้องผ่านการวางแผนและไตร่ตรองมาแล้ว เช่นหากอยากได้กระเป๋าใหม่สักใบ ก็ควรคิดว่าซื้อตอนเซลล์ดีไหมหากเป็นแบรนด์เนมมีราคา หรือหากอยากจะไปท่องเที่ยวก็ควรเลือกไปกับทัวร์ที่เตรียมทุกอย่างเอาไว้ให้พร้อมแล้ว จะได้ไม่เสียเวลาและเสียเงินเพิ่มเป็นต้น

0
ปลดหนี้ยังไงให้หนี้หมดไวแบบติดจรวด

การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ เพราะมันเป็นการสร้างภาระในอนาคตที่ต้องแบบรับกันยาวๆ แต่บางคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะบ้านและรถเป็นสิ่งจำเป็นเลยทำให้ต้องเป็นหนี้กันยาวๆ บางคนตอนเริ่มซื้อก็มีกำลังทรัพย์ดี แต่พอผ่อนไปเรื่อยๆ เงินเริ่มไม่พอใช้ อยากจะเคลียร์หนี้ไวๆ วันนี้เราก็มีวิธีปลดหนี้มาฝากกัน เคลียร์ยังไงให้ไวเหมือนติดจรวด
1.เป็นหนี้บ้าน
ถือเป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่ต้องผ่อนกันยาวๆ เกินกว่า 10 ปี บางคน 30 ปีกว่าจะชำระหนี้หมด ซึ่งอัตราการกู้ซื้อบ้านไม่ได้สูงมากนัก 6-7% ต่อปี แต่ก็ถือเป็นภาระที่ต้องแบกรับไว้อย่างยาวนาน แต่การจะปลดหนี้บ้านให้หมดไวๆ นั้น จำเป็นต้องโปะหนี้แบบลดต้นลดดอก ซึ่งจะทำให้เซฟค่าดอกเบี้ยคำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 6.5% ต่อไป ซึ่งอาจจะหนักสักหน่อยแต่ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยแบบบานปลาย
2.หนี้รถ
หนี้ก้อนหนี้ผ่อนไม่กี่ปีก็หมดเพราะไม่ได้แพงเหมือนบ้าน แถมอัตราดอกเบี้ยก็ไม่ได้แพงมากด้วย อยู่ที่ 2.5 – 5% ต่อปี แต่เพราะดอกเบี้ยคงที่เลยทำให้ต้องจ่ายสูงในแต่ละเดือน ดังนั้นให้เลือกผ่อนในระยะเวลาที่สมควรเพื่อที่จะไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้น อาจจะหนักหน่อยในแต่ละเดือน แต่เพื่อแลกกับไม่ต้องจ่ายเบี้ยหัวแตกไปเรื่อยๆ ก็ต้องกัดฟันจ่าย
3.หนี้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด
เป็นหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุด แต่ผู้คนก็นิยมเป็นหนี้บัตรประเภทนี้กันมาก ซึ่งการนำเงินในอนาคตมาใช้นั้นหากบริหารไม่ดี ก็มีแต่พังกับพัง เป็นหนี้จนแต่ละเดือนไม่พอจ่าย หรือไม่ก็จ่ายขั้นต่ำไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบ ดังนั้นหากไม่จำเป็นอย่างใช้บัตรประเภทนี้ หรือหากอยาเคลียร์หนี้ไวๆ แนะนำให้จ่ายในอัตราสูงสุดต่อเดือน ก็จะทำให้เคลียร์หนี้ได้ไวขึ้น