0
ทำอย่างไรเมื่อญาติมาขอยืมเงิน

เรื่องการโดนหยิบยืมเงินนั้นเป็นเรื่องที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ โดยเฉพาะกับญาติหรือเพื่อนสนิทที่มาหยิบยืม จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งหากไม่ได้มากได้มายอะไร ก็อาจจะยังพอช่วยเหลือกันได้บ้าง แต่หากผู้ยืมต้องการเอาไปใช้หนี้ หรือมีเรื่องฉุกเฉินต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก หากเราไม่พร้อมก็คงอึดอัดจะปฏิเสธก็ทำไม่ลง จะให้ยืมก็ไม่ได้เพราะเราเองก็จะเดือดร้อนด้วย ดังนั้นวันนี้เรามีวิธีจัดการกับปัญหานี้มาฝากกัน
1. ให้ยืมเฉพาะเท่าที่เสียแล้วรับได้
เป็นวิธีที่อยู่ระหว่างกึ่งกลางสำหรับคนที่ไม่กล้าปฏิเสธ ก็ให้เฉพาะเท่าที่เราพอมีกำลังและคิดว่าไม่เดือดร้อนถ้าให้ยืมไปในจำนวนเท่านี้ เช่นหากญาติหรือเพื่อนมาขอยืม 10000 บาท ก็ลองมาคิดดูว่าเงินจำนวนนี้เรามีกำลังพอจะช่วยเหลือไหม ถ้าไม่มีก็ให้ลองประมาณในส่วนที่พอจะให้ยืมได้โดยที่ไม่เดือดร้อนเป็นต้น ลองคาดคะเนไว้ล่วงหน้าว่าหากไม่ได้เงินคืน จำนวนเท่าไหร่ที่เราแบกรับกับหนี้จะสูญนี้ได้
2. ถ้าอยากรู้สาเหตุให้ถาม
ก่อนจะให้ญาติยืมเงินควรรู้สาเหตุเสียก่อน ไม่ใช่มาขอยืมก็ให้เลยโดยที่ไม่รู้ว่าเขาเอาไปทำอะไร จำเป็นจริงๆ หรือไม่ โดยเฉพาะหากเราไม่ได้มีเงินถุงเงินถังอะไรมากมาย ก็ควรไถ่ถามกันก่อน เผื่อจะหาทางออกอื่นที่ดีกว่า หรือหากว่าเหตุผลที่ให้มานั้นดูแล้วไม่จำเป็น ก็ควรปฏิเสธไปถ้าเราก็เดือดร้อนเหมือนกัน
3. เขียนลงเป็นลายลักษณ์อักษร
สุดท้ายหากว่าตกลงใจให้ยืมเงิน ก็ควรทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะบางทีสัญญาใจอย่างเดียว อาจจะไม่ได้เงินคืนก็ได้ หรือหากเป็นญาติที่ไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่ ก็ควรมีการคิดดอกเบี้ยและมีค่าคิดเงินค่าสายไหมแต่คิดดอกที่ถูกกว่าอัตราเงินกู้จากธนาคารเป็นต้น

0
เริ่มออมต้นปี ดีกว่าอย่างไร

นี่ก็ปีใหม่แล้ว ลองมาเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ กันบ้าง เชื่อว่าหลายคนมีแพลนเก็บเงินกันตั้งแต่ต้นปี แต่ก็อาจจะมีเหตุให้ยังไม่สามารถเก็บออมได้ เพราะหมดเงินไปกับการเฉลิมฉลองปีใหม่ ของขวัญของฝากต่างๆ ที่มอบให้แก่กันในเทศกาลปีใหม่ แต่ทว่าช่วงนี้เหมาะที่จะเริ่มออมเงินแบบจริงๆ จังๆ กันแล้ว วันนี้เราก็มีข้อดีของการออมเงินตั้งแต่ต้นปีมาฝากกันด้วย
1. ช่วยให้เงินออมเพิ่มพูนมากขึ้น
ข้อดีของการออมเงินผ่านบัญชีเงินฝากออมทรัพย์คือ จะได้ดอกเบี้ยทุกวัน ซึ่งจะคำนวณดอกเบี้ยที่ได้รับมารวมเป็ฯเงินต้นเพื่อเพิ่มพูนดอกเบี้ยให้กับเงินที่ฝาก ยิ่งถ้าไม่ถอนเลยนั้นธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยให้ปีละ 2 ครั้ง ฉะนั้นหากฝากเป็นประจำทุกเดือนในจำนวนเงินที่เท่ากันและใจแข็งไม่ถอนออกมาใช้เลย ภายใน 2 ปี จะได้รับดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีเงินฝากแบบปติด้วย ที่สำคัญคือไม่ต้องเสียภาษี ฉะนั้นยิ่งฝากยิ่งมีแต่ได้
2. ช่วยให้ไปถึงเป้าหมายที่ต้องการได้เร็วกว่า
และเมื่อเงินออมจากบัญชีเงินฝากประจำงอกเงยแล้ว สามารถนำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายในสิ่งที่ต้องการได้ ยิ่งถ้ามีเป้าหมายเอาไว้ชัดเจนด้วยแล้ว เช่นฝากเงินเพื่อเอาไว้เรียนต่อ ภายใน 2 ปีที่ฝากก็จะสามารถนำเงินส่วนนี้ไปเรียนต่อได้ โดยที่ไม่ต้องเดือดร้อนไปกู้เงิน ซึ่งวิธีการฝากสิ่งสำคัญจะต้องฝากในจำนวนเงินที่เท่ากันอย่างสม่ำเสมอ ฝากได้ทุกเดือนยิ่งดี อีกอย่างคือการออมเงินฝากนั้นเป็นการฝึกวินัย ฝึกนิสัยการอดออมอีกด้วย