0
วิธีเสริมแกร่งพลังทางการเงินอย่างมั่นคง

เดี๋ยวนี้เรื่องของการเงินนั้นเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องสนใจไม่แพ้เรื่องของสุขภาพเลยก็ว่าได้ เพราะหากไม่มีเงินก็คงไม่พ้นความเครียดเข้ามาถามหา เพราะปัจจุบันนี้รายจ่ายเยอะกว่าได้รายได้ จึงต้องบริการจัดการเงินให้ดีๆ เพื่อให้อยู่รอดได้โดยที่มีเงินเก็บด้วย วันนี้เราเลยมีคำแนะนำในการเสริมแกร่งพลังทางการเงินมาฝากกัน ทำอย่างไรถึงจะมีการเงินที่มั่นคงได้
1.เสริมแกร่งด้วยการออมเงินอย่างน้อย 20% ของเงินเดือน
บางคนชอบมีข้ออ้างว่าจะใช้ยังไม่พอเลย แล้วจะเอาที่ไหนมาเหลือเก็บ แต่ปัญหานี้จะหมดไปหากคุณตัดใจ ตัดเงินออกจากเงินเดือน 20% ในวันที่เงินเดือนออก เท่านี้ก็มีให้เหลือเก็บ แต่ก็ต้องบริหารเงินที่เหลืออยู่ให้ดีๆ อะไรที่ประหยัดได้ก็ให้ประหยัด อะไรที่ไม่จำเป็นก็ให้ตัดออกไป เชื่อเถอะว่าในชีวิตเรานั้นมีสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายอยู่เยอะ
2.เสริมแกร่งด้วยเงินสำรองเผื่อใช้ 6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน
หมายความว่าเงินส่วนนี้จะถูกนำมาใช้ยามฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ บ้านพัง รถเสียหรือตกงาน ซึ่งสถานการณ์เหล่านี้อาจเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว ดังนั้นจึงต้องมีการเตรียมเงินสำรองเอาไว้ใช้จะได้ไม่ต้องไปหยิบยืมคนอื่นและจะได้ไม่มีปัญหาหนี้สะสมด้วย ดังนั้นควรมีเงินเก็บสำรองอย่างน้อย 6 ดือนของรายจ่ายเงินเดือน เช่นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละ10000 บาท ก็ควรมีเงินเก็บประมาณ 60000 บาทเป็นต้น
3.เสริมแกร่งด้วยการทำประกันชีวิตครอบครัว 3 เท่าของรายได้ต่อไป
เพราะการทำประกันเป็นการคุ้มครองอุบัติเหตุต่างๆ และเรื่องสุขภาพ ซึ่งเหตุไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้นได้ แม้จะมีโอกาสน้อยมากก็ตาม แต่หากเกิดขึ้นแล้วก็จะส่งผลที่รุนแรง ดังนั้นการทำประกันครอบครัวเอาไว้ถือเป็นความอุ่นใจ หากเสียชีวิตก่อนวัยอันควร คนข้างหลังจะได้ไม่ลำบาก

0
เสี่ยงที่จะลงทุน ดีกว่าเอาเงินไปฝากเพียงอย่างเดียว

หลายคนเชื่อว่าการลงทุนมีความเสี่ยง จึงไม่กล้าที่จะนำเงินไปลงทุนเพราะกลัวเงินจะหาย เลยตั้งใจจะเก็บเงินไปเรื่อยๆ แต่จริงๆ แล้วการไม่กล้าลงทุนนั้นเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากกว่าหลายเท่า เพราะการปล่อยให้เงินอยู่ในธนาคารรู้หรือไม่ว่ามีโอกาสที่จะเงินลดมากกว่าได้เพิ่มเสียอีก
1. มูลค่าเงินลดลง
เพราะอัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ มีราคาสูงขึ้นแต่ดอกเบี้ยเงินฝากยังคงเท่าเดิมเพียง 0.5% ต่อปีเท่านั้น ฝากให้ตายก็ไม่รวย กลายเป็นว่าเรามีเงินเท่าเดิมเพิ่มเติมคือของที่แพงขึ้น ก็ไม่ต่างอะไรกับจนลงทุกวันทั้งๆ ที่มีเงินเก็บ ดังนั้นควรเอาไปลงทุนจะคุ้มค่ามากกว่า
2. คุณภาพชีวิตแย่ลง
เรามีเงินฝากเท่าเดิม และไม่ได้มีรายได้มากขึ้น นั่นเท่ากับว่าเงินเราไม่ขยับไปไหนจึงทำให้คุณภาพชีวิตเริ่มแย่ลง บางคนหาสาเหตุไม่เจอและคาดไม่ถึงว่าเพราะการฝากเงินไว้เฉยๆ จะเป็นปัญหาในระยะยาว การฝากเงินนั้นเป็นเรื่องดี แต่ก็ควรหารายได้จากการเอาเงินไปต่อเงินด้วย ส่วนนึงเก็บส่วนนึงลงทุน ทำให้การเงินมีความบาลานซ์
3. มีเงินไม่พอทำตามฝัน
เพราะมัวแต่เงินที่มีจะหมดไปเลยไม่กล้าเอาไปทำอะไรสักอย่าง ได้แต่ฝากไว้นอนนิ่งๆ ในธนาคาร จึงไม่ได้นำเงินไปทำตามความฝันที่ต้องการ อย่างเช่นซื้อบ้าน ซื้อรถและทำธุรกิจเป็นต้น ดังนั้นควรนำเงินมาต่อยอดเพื่อทำให้เงินงอกเงยขึ้น ดีกว่าเก็บเอาไว้โดยที่ชีวิตไม่ได้ก้าวหน้าไปไหนเลย

0
วันหยุดยาวทั้งที วางแผนเก็บเงินเที่ยวกันดีกว่า

วันหยุดยาวทั้งทีคงไม่มีอะไรดีไปกว่าการไปเที่ยวพักผ่อนให้ชุ่มฉ่ำใจ แต่ทว่าการไปเที่ยวหลายๆ วันนั้นก็ใช้เงินไม่ใช่น้อยเลย ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ ก็ต้องใช้เงินพอสมควรเพื่อการเที่ยว กิน ดื่มที่ผ่อนคลายดั่งใจนึก ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำการวางแผนเก็บเงินเที่ยวให้สนุกไม่ต้องประหยัดแบบอดมื้อกินมือมาฝากกัน
1.เก็บเงินในกระปุกออมสินแบบแยก
จะเที่ยววันหยุดทั้งทีต้องมีการวางแผนกันล่วงหน้าเป็นปีเลยทีเดียว เพราะว่าเราต้องใช้เวลาเก็บเงินแบบที่ไปเที่ยวสบายๆ ไม่กระทบเงินในชีวิตประจำวันนั่นเอง โดยให้เก็บแยกแบงก์กับเหรียญไว้ หากใครมีทุนเยอะหรือขายของที่มีรายได้เข้าทุกวัน ก็อาจจะแยกกระปุกไว้เยอะหน่อย แต่หากใครเป็นพนักงานเงินเดือนก็มีสัก 2 กระปุกพอ
2.แจกแจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้
ให้ลองจดรายการดูว่าการไปเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดยาวนั้นต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่ สำหรับคนที่คิดว่าจะไปเที่ยวกับทัวร์อาจจะใส่รายละเอียดได้ง่ายหน่อยเพราะมีแค่ค่าทัวร์กับค่าซื้อของเท่านั้น แต่หากไปเที่ยวด้วยตัวเอง ก็ควรลิสต์ให้ละเอียดไปเลย จะได้ทำแพลนเก็บเงินถูก
3.ทำบัญชีเก็บเงินเฉพาะเที่ยว
หากว่าการเก็บเงินเองนั้นเป็นเรื่องที่ยากเกินไป ก็อยากจะแนะนำให้เปิดบัญชีแยกต่างหากเพื่อเอาไว้เที่ยวโดยเฉพาะ จะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะเอาเงินออกมาใช้ ให้เก็บออมไว้ทุกเดือนฝากแบบไม่มี ATM ก็ได้จะได้ไม่เอาออกมาใช้ พอถึงวันหยุดยาวก็มีเงินเที่ยวสบายๆ ไม่ต้องรบกวนเงินที่ใช้ประจำวัน