0
เริ่มออมต้นปี ดีกว่าอย่างไร

นี่ก็ปีใหม่แล้ว ลองมาเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ กันบ้าง เชื่อว่าหลายคนมีแพลนเก็บเงินกันตั้งแต่ต้นปี แต่ก็อาจจะมีเหตุให้ยังไม่สามารถเก็บออมได้ เพราะหมดเงินไปกับการเฉลิมฉลองปีใหม่ ของขวัญของฝากต่างๆ ที่มอบให้แก่กันในเทศกาลปีใหม่ แต่ทว่าช่วงนี้เหมาะที่จะเริ่มออมเงินแบบจริงๆ จังๆ กันแล้ว วันนี้เราก็มีข้อดีของการออมเงินตั้งแต่ต้นปีมาฝากกันด้วย
1. ช่วยให้เงินออมเพิ่มพูนมากขึ้น
ข้อดีของการออมเงินผ่านบัญชีเงินฝากออมทรัพย์คือ จะได้ดอกเบี้ยทุกวัน ซึ่งจะคำนวณดอกเบี้ยที่ได้รับมารวมเป็ฯเงินต้นเพื่อเพิ่มพูนดอกเบี้ยให้กับเงินที่ฝาก ยิ่งถ้าไม่ถอนเลยนั้นธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยให้ปีละ 2 ครั้ง ฉะนั้นหากฝากเป็นประจำทุกเดือนในจำนวนเงินที่เท่ากันและใจแข็งไม่ถอนออกมาใช้เลย ภายใน 2 ปี จะได้รับดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีเงินฝากแบบปติด้วย ที่สำคัญคือไม่ต้องเสียภาษี ฉะนั้นยิ่งฝากยิ่งมีแต่ได้
2. ช่วยให้ไปถึงเป้าหมายที่ต้องการได้เร็วกว่า
และเมื่อเงินออมจากบัญชีเงินฝากประจำงอกเงยแล้ว สามารถนำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายในสิ่งที่ต้องการได้ ยิ่งถ้ามีเป้าหมายเอาไว้ชัดเจนด้วยแล้ว เช่นฝากเงินเพื่อเอาไว้เรียนต่อ ภายใน 2 ปีที่ฝากก็จะสามารถนำเงินส่วนนี้ไปเรียนต่อได้ โดยที่ไม่ต้องเดือดร้อนไปกู้เงิน ซึ่งวิธีการฝากสิ่งสำคัญจะต้องฝากในจำนวนเงินที่เท่ากันอย่างสม่ำเสมอ ฝากได้ทุกเดือนยิ่งดี อีกอย่างคือการออมเงินฝากนั้นเป็นการฝึกวินัย ฝึกนิสัยการอดออมอีกด้วย

0
มาออมเงินเก๋ๆ สไตล์ชาวญี่ปุ่นกัน

เป็นอีกประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการอดออม เพราะวัฒนธรรมเขาปลูกฝังให้ประชากรเก็บเงินไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉินและเผื่อไว้ใช้ยามแก่เฒ่า ซึ่งการเก็บออมในปัจจุบันนั้นก็มีหลายวิธีที่สามารถทำได้ แต่วันนี้มีข้อมูลการออมเงินของชาวญี่ปุ่นมาฝากกันด้วย น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะ
เคล็ดลับการออมเงินของแม่บ้านชาวญี่ปุ่น
ตั้งแต่ในสมัยศตวรรษที่ 16 มีเรื่องเล่าว่า ภรรยาของซามูไรท่าหนึ่งได้ซ่อนเงินเก็บไว้ลับๆ เก็บทีละเล็กทีละน้อยเป็นเวลานานหลายปี เมื่อได้มากพอที่ต้องการก็นำไปซื้อม้าชั้นดีมาให้สามีใช้ไปรบ ซึ่งม้าตัวนี้กลายเป็นคู่หูที่แสนดีช่วยสามีนางรบชนะทุกครั้ง จึงเป็นที่มาของการออมเงินเพื่อซื้อของมีค่าเป็นโชคลาภแก่ผู้รับ
เคล็ดลับการออมเงินแบบ Kakeibo
หรือที่เรียกกันว่าการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย รูปแบบเป็นสมุดบันทึกซึ่งมีมาตั้งแต่ปี 1904 สร้างขึ้นโดย Motoko Hani ปัจจุบันยังมีการใช้งานอยู่ ซึ่งจะจดบันทึกสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับรายรับ-รายจ่ายดังนี้
1.จดรายรับกับรายจ่ายที่ใช้เป็นประจำอย่างละเอียดเพื่อหาส่วนต่างระหว่างสองรายการ เพื่อหาเงินที่สามารถจำไปใช้ออมได้
2.กำหนดจำนวนตัวเลขเงินที่ต้องการจะเก็บ และแยกเงินนั้นออกจากรายรับ-รายจ่าย
3.ตั้งเป้าในรายจ่ายแต่ละหมู่แยกกันโดยสิ้นเชิง เช่นรายจ่ายจำเป็นอย่างค่าเดินทาง ค่ากิน, รายจ่ายเพื่อความรู้ความบันเทิงอย่าง ดูหนัง, ฟังเพลง รายจ่ายฟุ่มเฟือยต่างๆ อย่างช้อปปิ้ง, สังสรรค์นอกบ้าน รายจ่ายพิเศษอย่างเงินใส่ซอง, ซ่อมแซมสิ่งของในบ้าน, ของขวัญเป็นต้น